ย้อนวัยเด็กที่ตรอกลูกกวาด ตามหาเครื่องรางที่ศาลเจ้าแห่งความรัก
ทริปนี้โปรแกรมไม่แน่นมาก เที่ยวสบายๆ เพราะเที่ยวอยู่แค่ในเมือง Kawagoe ที่เดียว แต่ในเมืองมีรายละเอียดค่อนข้างเยอะให้เราเที่ยวกันได้ทั้งวัน วิธีการเที่ยวในเมืองที่ดีที่สุดคือการเดินเที่ยวรอบเมืองจนไปสุดที่ศาลเจ้า Hikawa Shrine แล้วนั่งรถเมล์กลับมาที่สถานีรถไฟ
เริ่มจากหน้าสถานีรถไฟ Kawagoe Sta. เดินไปเขตเมืองเก่า Kurazukuri จะผ่าน (1)ถนนชอปปิ้ง Crea Mall ลักษณะจะคล้ายๆกับถนน Takeshita dori ในฮาราจูกุ จากนั้นเดินต่อไปสักการะบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิที่ (2)วัด Kitain วัดสำคัญประจำเมือง ชมพระพุทธรูปหินกว่า 540 องค์ที่มีชื่อเสียงของวัด แวะรับประทานข้าวหน้าปลาไหลที่ร้านดัง (3)ร้าน Ichinoya หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ เดินต่อมาอีกสักพักจะเข้าสู่ (4)เขตเมืองเก่า Kurazukuri แวะถ่ายรูปกับ (5)หอระฆัง Toki no kane เป็นที่ระลึกซึ่งเป็น Landmark สำคัญในเขตเมืองเก่าแห่งนี้ เดินต่อไปอีกนิดจะไปถึง (6)Candy Alley หรือตรอกลูกกวาด ก่อนจะไปขอพรเรื่องความรักกันที่ (7)ศาลเจ้า Hikawa Shrine จบโปรแกรม นั่งรถเมลกลับมาที่สถานีรถไฟ Kawagoe Sta. เพื่อนั่งรถไฟกลับไปโตเกียว
KAWAGOE DISCOUNT PASS
สำหรับใครที่มี JR All Area Pass หรือ Tokyo Wide Area Pass ให้เริ่มเดินทางจากสถานี Shinjuku Sta.โดยรถไฟสาย JR Saikyo Line Rapid ถึงสถานี Kawagoe Sta. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 56 นาที
ส่วนใครที่ไม่มี JR Pass แนะนำให้ซื้อ Kawagoe Discount Pass ซึ่งเป็นพาสทีี่ใช้ได้ 1 วัน ราคา 700 เยน ให้เดินทางจากสถานี Ikebukuro Sta. ไปเมือง Kawagoe สถานที่จำหน่ายตั๋วสามารถซื้อได้ที่จุดประชาสัมพันธ์บริเวณทางเข้ารถไฟสาย Tobu Line ในสถานี Ikebukuro Sta. (ปัจจุบันสามารถซื้อจากตัวแทนจำหน่ายทั่วไปในบ้านเราได้แล้ว) ถ้าซื้อ Kawagoe Discount Pass ก็ให้เดินทางจากสถานี Ikebukuro Sta. ขึ้นรถไฟสาย Tobu Tojo Line Rapid ไปลงที่สถานี Kawagoe Sta. ใช้เวลาเดินทางแค่ 27 นาที
ถนนชอปปิ้ง CREA MALL
ถนนชอปปิ้ง Crea Mall จะมีลักษณะคล้ายๆถนน Takeshita dori ในฮาราจูกุ แต่คนจะไม่พลุกพลานมากนัก สองข้างทางจะมีร้านค้าต่างๆ อาทิเช่น ร้านขายเครื่องสำอางค์ ร้านขายเสื้อผ้าเครื่องประดับ ร้านอาหาร ร้าน 100 เยน ร่วมไปถึงร้าน 3 coins หรือร้าน 300 เยน ด้วย ถนนเส้นนี้ถ้าเดินไปจนสุดถนนก็จะเข้าสู่เขตเมืองเก่า Kurazukuri
วัด KITAIN
วัด Kitain เป็นวัดเก่าแก่ของเมือง เคยได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ไฟไหม้และแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในปี 1923 และได้มีการบูรณะขึ้นมาใหม่ตามคำสั่งของท่านโชกุนโตคุกาว่า ภายในมีโบราณสถานที่สำคัญคืออาคารที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของปราสาทเอโดะ เป็นที่พำนักของโชกุนในสมัยนั้น ย้ายมาตั้งอยู่เพื่อให้การบูรณะซ่อมแซมเสร็จเร็วขึ้นแทนการสร้างใหม่ขึ้นมาทั้งหมดและได้กลายเป็นสิ่งก่อสร้างของปราสาทเอโดะแห่งเดียวที่หลงเหลืออยู่ในเมือง
นอกจากตัวปราสาทแล้วยังมีสิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือพระพุทธรูปหินกว่า 540 องค์ ซึ่งหน้าตาแต่ละองค์จะไม่เหมือนกันตั้งเรียงรายอยู่แลดูแปลกตา จะเข้าชมปราสาทกับพระพุทธรูปจะต้องเสียค่าเข้าชม ส่วนบริเวณรอบๆวัดและอาคารอื่นๆเข้าฟรี
ร้านข้าวหน้าปลาไหล ICHINOYA
จังหวัดไซตามะเองก็มีชื่อเสียงเรื่องข้าวหน้าปลาไหล และร้านดังของเมือง Kawagoe ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาทานกันก็คือร้าน Ichinoya ร้านเก่าแก่เปิดบริการมากว่า 180 ปี ด้วยกรรมวิธีการย่างปลาไหลที่ไม่เหมือนใคร ราดด้วยน้ำซอสสูตรเฉพาะของทางร้าน ทำให้ข้าวหน้าปลาไหลของที่นี้มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ถ้าได้มาที่เมือง Kawagoe ก็ไม่ควรพลาดมาชิมข้าวหน้าปลาไหลที่ร้านนี้ ข้าวหน้าปลาไหลของร้านนี้จะเสริฟ์มาในกล่องมีปลาไหลย่างชิ้นโตวางอยู่บนข้าวสวยร้อนๆ ราดด้วยน้ำซอสสูตรเฉพาะของทางร้าน เสริฟ์คู่กับน้ำซุปใสที่ตุ๋นจากกระดูกปลาไหล
เขตเมืองเก่า KURAZUKURI
ในอดีตเมือง kawagoe คือเมืองการค้าคอยส่งเสบียงไปยังเมืองหลวงเอโดะ ซึ่งก็คือโตเกียวในปัจจุบัน พ่อค้าในแถบนี้ถ้ามีฐานะดีหน่อยก็จะสร้างโกดังหินปูนซึ่งมีโครงสร้างแข็งแรงทนทานไว้เก็บเสบียงอาหาร หลังจากเหตุการณ์ไฟไหม้และแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ บ้านเรือนแถบนี้ได้รับความเสียหายหมด เหลือแต่โกดังเหล่านี้ที่ไม่ได้รับความเสียหาย ปัจจุบันโกดังเก็บสินค้าเหล่านี้ได้กลายมาเป็นร้านค้าขายของ และยังคงสภาพเมืองเก่าไว้เป็นอย่างดี เป็นเมืองโบราณที่ดูแตกต่างไปจากเมืองโบราณที่อื่น ด้วยลักษณะอาคารบ้านเรือนที่เคยเป็นโกดังเก่า
พอเลี้ยวขวา เริ่มเข้าสู่เขตเมืองเก่า ระหว่างทางเดินไปหอระฆังก่อนจะถึงแยกไฟแดง แนะนำให้แวะชิมเบียร์สดที่ร้าน CAFE ELEVATO ก่อน เบียร์ของญี่ปุ่นก็มีอยู่หลายยี่ห้อที่มีชื่อเสียง เช่น KIRIN, SAPPORO, YEBISU ที่เมือง KAWAGOE เองก็มี COEDO BEER ซึ่งถือเป็นสินค้า OTOP ของที่นี่ COEDO BEER มีหลายรสชาติให้เลือกลิ้มลอง แต่ที่ถือว่าเด็ดที่สุดเห็นจะเป็นตัวนี้ BENIAKA เพราะกลั่นมาจาก SWEET POTATO ผลผลิตทางการเกษตรขึ้นชื่อของเมืองนี้ เบียร์จะมีรสชาติหวาน หอม รสชาติกลมกล่อม
หอระฆัง TOKI NO KANE
หอระฆัง Toki no kane เป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดในชุมชนแถบนี้ มีอายุกว่า 400 ปี ทำหน้าที่ตีระฆังบอกเวลา 4 ครั้งในหนึ่งวัน (06:00น. 12:00น. 15:00น. 18:00น.) เคยได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่ และได้มีการบูรณะขึ้นมาใหม่ ถึงแม้ว่าหอระฆังที่เห็นอยู่นี้จะไม่ใช่ของเก่าดั้งเดิม แต่ก็มีอายุถึงกว่า 120 ปีหลังจากการบูรณะขึ้นมาใหม่ ถือเป็น Landmark สำคัญที่ใครที่มาเที่ยวในเขตเมืองเก่า Kurazukuri จะต้องมาถ่ายรูปคู่กับหอระฆังแห่งนี้ ใต้หอระฆังมีทางสามารถเดินเข้าไปข้างในได้ ภายในจะมีศาลเจ้าเล็กๆอยู่
จากหอระฆัง เราจะเดินไปเที่ยวต่อที่ตรอกลูกกวาด ระหว่างทางเดินไปตรอกลูกกวาดจะเจอบ้านหลังนี้ หน้าบ้านมีตัวกิ้งก่าสีเขียวเกาะอยู่บนเหรียญ 5 เยน มีป้ายห้อยที่ตัวกิ้งก่าเป็นภาษาญี่ปุ่น ประมาณว่าให้เอาเหรียญ 5 เยนหย่อนลงไปในคูน้ำข้างหน้าแล้วขอพร โดยมีความเชื่อว่าถ้าเป็นคนโสดจะได้พบกับเนื้อคู่ที่ดี แต่ถ้ามีแฟนแล้วก็จะรักกันยาวนาน
ตรอกลูกกวาด CANDY ALLEY
ตรอกลูกกวาดหรือคาชิย่า โยโกโช ในภาษาญี่ปุ่นเคยเป็นแหล่งผลิตและจำหน่ายลูกกวาดรายใหญ่ในอดีต ซึ่งมีร้านค้ามากถึง 70 ร้าน จนกระทั่งช่วงหลังสงคราม วิถีชีวิตของผู้คนเปลี่ยนไป ร้านค้าในแถบนี้ก็ทะยอยปิดตัวลง ปัจจุบันยังหลงเหลือร้านค้ากว่า 20 ร้านเปิดให้บริการส่งต่อความอร่อยให้แก่ผู้ที่มาเยือนได้หวนรำลึกถึงภาพบรรยายกาศในอดีตเมื่อครั้งยังเป็นเด็ก
ในตรอกลูกกวาดจะเป็นทางเดินบังคับเลี้ยวขวาออกไปถึงท้ายซอย ขนมที่ขายกันที่นี่ราคาไม่แพง นอกจากลูกกวาด ยังมีขายขนมโบราณประเภทอื่นๆที่หาซื้อได้ยากแล้ว หนึ่งในขนมโบราณที่หน้าตาดูแปลกตาก็คือข้าวเกรียบที่หน้าตาดูเหมือนไม้เบสบอล เดินเล่นในแถบนี้คงจะได้เห็นวัยรุ่นเดินถือเจ้าข้าวเกรียบทรงยาวๆกันบางละ
อีกหนึ่งของดีขึ้นชื่อของเมืองนี้คือ มันหวาน มีทั้งมันหวานเอามาเสียบไม้ย่างขายกัน หรือจะเอามาแปรรูปเป็นขนมชนิดอื่นๆ เช่นมันทอด ซาลาเปาไส้มันหวาน รวมไปถึงไอศครีม Soft Serve ก็มี
ศาลเจ้า HIKAWA SHRINE
ศาลเจ้า Kawagoe Hikawa Shrine เป็นศาลเจ้าที่แยกออกมาจากศาลเจ้า Hikawa Shrine ในเขต Omiya มีชื่อเสียงมากในเรื่องการขอพรความรัก เชื่อกันว่าศาลเจ้าแห่งนี้มีเทพเจ้าแห่งการครองเรือนสิงสถิตอยู่ หนุ่มสาวชาวญี่ปุ่นนิยมพากันมาแต่งงานที่ศาลเจ้าแห่งนี้ ด้านหน้าศาลเจ้ามีเสาโทอิสีส้มสูง 15 เมตรตั้งตระหง่านเป็นสัญลักษณ์ของศาลเจ้า สร้างมาจากไม้มงคลอายุกว่า 600 ปีที่มีชื่อว่าต้นเคยากิ มีความหมายแปลว่าโชคดี
มีเรื่องเล่าต่อๆกันมาว่าถ้าได้มาทื่ศาลเจ้าแห่งนี้และเก็บก้อนกรวดเล็กๆที่อยู่ในบริเวณศาลเจ้ากลับไป เก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี จะทำให้พบเจอแต่ความสัมพันธ์ที่ดีๆ โดยหินเครื่องรางของที่นี่จะมี Miko หรือหญิงสาวที่ช่วยงานศาลเจ้านำไปห่อในตาข่ายสีขาวแล้วนำไปเข้าพิธี โดยปกติหินเครื่องรางเหล่านี้ทางศาลเจ้าจะแจกให้ฟรีทุกๆวัน วันละ 20 ก้อน และจะแจกให้เฉพาะคนที่โสดเท่าน้้น สำหรับใครที่ได้หินไป และได้ไปพบเจอกับคนที่ใช่แล้ว ให้กลับมาไหว้ที่ศาลเจ้า และเอาหินก้อนนั้นกลับมาคืนพร้อมกันทั้งสองคน ทางศาลเจ้าจะมอบเครื่องรางอีกชิ้นเพื่อให้ทั้งสองคนมีความรักที่ยึดยาว สำหรับนักท่องเที่ยว ที่อยากจะได้หินเครื่องรางนั้น ไม่ง่ายเลย เพราะจะต้องมารับบัตรคิวกันตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า (ถ้าอยากได้จริงๆ ลองพยายามคุยกับเจ้าหน้าที่ดูนะ เผื่อมีบางวันแจกไม่หมด ^^)
ในช่วงฤดูร้อนระหว่างเดือน 7-8 ของทุกปี ทางศาลเจ้าจะมีกระดิ่งลมมาแขวนเรียงกันเป็นอุโมงค์ ส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งเวลามีลมพัดผ่าน ช่วงเวลาที่เหมาะที่จะมาเยือนศาลเจ้า Hikawa คือช่วงเย็นๆก่อนพระอาทิตย์ตกดิน แสงแดงที่ส่องเข้ามาผ่านอุโมงค์กระดิ่งแก้ว เสียงกระดิ่งดังกรุ๊งกริ๊งผ่านสายลมโชย เป็นภาพบรรยากาศที่สวยงามมาก
ยังมีเครื่องรางสำหรับคู่รักอีกอย่าง ลักษณะเป็นเชือกทำเป็นแหวนผูกไว้ที่นิ้วก้อยตามความเชื่อที่ว่าคนสองคนที่เกิดมาเป็นเนื้อคู่กันจะเกิดมาพร้อมกับเชือกสีแดงผูกไว้ที่นิ้วก้อยของกันและกัน เชือกเส้นนั้นจะผูกคนสองคนไว้และจะทำให้คนที่เป็นเนื้อคู่ได้มาเจอกัน
สำหรับคนที่อยากจะเจอเนื้อคู่เร็วๆ จัดไปอันนี้!! มันคือดินสอที่มีรูปเด็กผู้ชายอยู่ที่ปลอกดินสอ และมีรูปเด็กผู้หญิงอยู่ที่ปลายดินสอ มีเส้นสีแดงลากยาวจากคนนึงไปถึงอีกคนนึง ถ้าใช้ดินสอเขียนความปรารถนาเรื่องความรักแล้วค่อยๆเหลาดินสอไปเรื่อยๆ ก็จะทำให้พบเนื้อคู่
สำหรับใครที่อยากจะสะเดาะเคราะห์ ศาลเจ้า Hikawa Shrine ก็มีมุมให้สะเดาะเคราะห์ด้วย โดยใช้กระดาษที่ตัดเป็นรูปคน ใช้แทนตัวเรา เป่าลมใส่กระดาษสามที แล้วเอากระดาษปัดตัวหรือปัดตรงที่มีอาการเจ็บป่วยตามร่างกาย แล้วท่องคาถา "เอ ตา มา เอะ คิ โยะ เมะ ตา มา เอะ" จากนั้นเอากระดาษลอยน้ำไป เป็นการชำระจิตใจ ไล่สิ่งไม่ดีออกจากตัวไป
สุดท้ายสำหรับคนที่ชอบเสี่ยงทาย ที่ศาลเจ้า Hikawa Shrine มีเซียมซีที่มี gimmick แปลกแตกต่างจากที่อื่น เซี่ยมซีของที่นี่จะเป็นปลาไท มีทั้งสีแดง และสีชมพู แบ่งไปตามวัตถุประสงค์ สีแดงคือเซียมซีธรรมดา สีชมพูคือเซียมซีเรื่องความรัก วิธีการเสี่ยงเซียมซีจะต้องใช้เบ็ดตกปลา ตรงปลายจะมีตะขอเอาไว้เกี่ยวเชือกที่อยู่ติดกับตัวปลาซึ่งมีคำทำนายเสียบไว้อยู่
ทั้งหมดที่กล่าวมาก็เป็นเรื่องของความเชื่อ ส่วนคนที่ไม่เชื่อเรื่องพวกนี้ก็ถือซะว่าเป็น Gimmick น่ารักๆ เป็นประสบการณ์แปลกๆที่ได้จากการมาเยือนที่ศาลเจ้าแห่งนี้ละกัน
จบละกับทริป 1 วันในจังหวัดไซตามะ ได้เวลาเดินทางกลับซะที ขากลับเราจะนั่งรถเมล์กลับไปที่สถานีรถไฟ เริ่มจากเดินออกจากศาลเจ้า Hikawa Shrine เดินย้อนกลับไปสี่แยกไฟแดง จะเห็นป้ายรถเมล์อยู่ขวามือก่อนถึงไฟแดง นั่งรถใช้เวลาเดินทางสักประมาณ 16 นาทีถึงสถานีรถไฟ Kawagoe Sta. ส่วนหน้าตารถเมล์จะเป็นแบบในภาพ มีอยู่ 2 ประเภท Tobu Koedo Loop Bus กับ Tobu Regular Bus ทั้งสองแบบสามารถขึ้นจากป้ายรถเมล์ใกล้ ศาลเจ้า Hikawa Shrine กลับไปที่สถานีรถไฟ Kawagoe Sta. ได้หมด ถ้านั่งเป็นสาย TOBU KOEDO LOOP BUS นั่งไป 8 ป้ายก็จะถึงสถานีรถไฟ
สำหรับคนที่ถือบัตร JR All Area Pass หรือ Tokyo Wide Area Pass จากสถานีรถไฟ Kawagoe Sta. ให้นั่งรถไฟสาย JR Saikyo Line Rapid กลับไปที่สถานี Shinjuku Sta. ใช้เวลาประมาณ 53 นาที
ส่วนคนที่มีบัตร Kawagoe Discount Pass ให้นั่งรถไฟสาย Tobu Tojo Line Rapid จากสถานี Kawagoe Sta. ไปลงที่ Ikebukuro Sta. ใช้เวลาประมาณ 30 นาที
จบทริป 1 วันในจังหวัดไซตามะ ขอให้สนุกกับการท่องเที่ยวนะครับ
ปล.ชื่นชอบบทความ ช่วยกดไลท์กดแชร์ Facebook Fan Page ด้านล่างสุด จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งครับ






































ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น